อยากทิ้งมรดกให้ลูกหลาน ควรทิ้งอะไรเป็นมรดกดี?

 

การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกคนหลีกหนีไม่พ้น ความเป็นห่วงลูกหลานจึงเป็นเรื่องที่ตามมาติดๆ กันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และคงไม่มีใครที่อยากเห็นทายาทหรือคนสำคัญที่เรารักอยู่อย่างยากลำบากในภายหลัง เพราะตอนที่ยังมีชีวิตอยู่เราไม่เคยวางแผนทำพินัยกรรมหรือสะสมมรดกที่มีค่าเอาไว้เพื่อส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตเลย

แล้วเราควรวางแผนทิ้งอะไรเป็นมรดกให้ลูกหลานดี มาดูกัน

1. อสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน คอนโด ที่ดิน

อสังหาริมทรัพย์เป็นมรดกที่หลายคนเลือกทิ้งไว้ให้ลูกหลานยามจากไป เพราะนอกจากจะมีที่ดินทำกิน มีบ้านหรือคอนโดในการอยู่อาศัยแล้ว อสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดบนโลกใบนี้ และสามารถนำไปขายและต่อยอดทางธุรกิจได้อีกในอนาคต โดยอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกสิ่งที่มีราคาขึ้นตาลกาลเวลา ยิ่งอยู่ในทำเลใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ยิ่งขายต่อหรือปล่อยเช่าได้ในราคาที่สูงขึ้น โดยแปรผันได้ตามความพึงพอใจของผู้คน

2. เงินฝาก / หลักทรัพย์ ทุนสำคัญแห่งชีวิต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ‘เงิน’ สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิต หลายคนจึงเลือกทิ้งสิ่งนี้ไว้เป็นมรดกตกทอดให้ลูกหลานนำไปใช้ชีวิตหรือลงทุนต่อยอดในภายหลัง หรือบางคนก็อาจทิ้งมรดกเป็นหลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ. เช่น หุ้น หน่วยลงทุน หรือตราสารอนุพันธ์ต่างๆ ซึ่งมรดกเหล่านี้ต้องมีการเสียภาษีมรดก กล่าวคือเป็นการเก็บภาษีจากผู้รับมรดกโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นทายาทโดยธรรม หรือทายาททางนินัยกรรมของคุณ

 

3. สิ่งของมีค่าที่ราคาขึ้น-ลงได้ในอนาคต

ในข้อนี้อาจเป็นทองคำ เพชร เครื่องเงิน เครื่องประดับ สิ่งของแบรนด์เนม หรือสิ่งของมีค่าอื่นๆ ที่มีความหมายเทียบเท่ากัน นับเป็นมรดกในลักษณะของการสะสมตามความพึงพอใจส่วนบุคล โดยคุณสามารถทิ้งมรดกเหล่านี้ให้ลูกหลานนำไปขายต่อได้ด้วยราคาที่อาจสูงขึ้นอีกในอนาคต โดยเม็ดเงินที่ได้จากการขายมรดก ลูกหลานจะได้รับเต็มๆ โดยไม่ต้องนำไปหักภาษี เพราะถือเป็นมรดกส่วนตัวที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับ พรบ. อื่นใดตามกฎหมาย

4. ประกันชีวิตตัวเอง ที่มีลูกหลานเป็นผู้รับมรดก

การทำประกันชีวิตตัวเองแบบตลอดชีพ โดยคุ้มครองถึงการเสียชีวิต ไม่ได้เป็นเพียงหลักประกันที่มั่นคงด้าน ‘เงินมรดก’ ที่สามารถทิ้งไว้ให้ลูกหลานได้เท่านั้น แต่กรมธรรม์ของประกันชีวิตนี้ยังคุ้มครองครอบคลุมไปถึงการรักษา เช่น ประกันอุบัติเหตุ / ประกันค่ารักษาพยาบาลอีกด้วย / ประกันโรคร้ายแรง ฯลฯ คุณจึงสามารถอยู่อย่างอุ่นใจได้ว่าชีวิตหลังวัยเกษียณของเราจะไม่เป็นภาระของคนที่ห่วง ดังนั้นอย่าลืมวางแผนทำประกันชีวิตไว้บ้าง เพื่อสร้างหลักประกันที่คุ้มค่าแก่ตัวเองและลูกหลาน

5. ประกันชีวิตลูกหลาน การลงทุนที่มั่นคงในระยะยาว

ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งมรดกที่ทิ้งไว้ให้ลูกหลานได้อย่างมั่นคง โดยคุณสามารถเลือกแผนกรมธรรม์ที่ให้ผลตอบแทนได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาวตามความพึงพอใจ ซึ่งเป็นการจ่ายเบี้ยประกันตามช่วงเวลา แต่ได้รับผลเป็นเงินตอบแทนตลอดชีพให้กับลูกหลาน วิธีนี้ช่วยปูรากฐานการเงินให้ลูกหลานได้ตั้งแต่เกิด เข้าเรียน ตลอดจนเขาเติบโตเลี้ยงดูตัวเองได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เราวางแผนเงินออมระยะยาวของลูกหลานอย่างมีวินัยมากยิ่งขึ้น

สำหรับคนที่สนใจทำประกันชีวิตเพื่อทิ้งมรดกให้ลูกหลาน สามารถใช้บริการกับ Rabbit Care ที่รวมหลากหลายแผนประกันชีวิตจากบริษัทชั้นนำในไทยมาให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นชีวิตแบบออมทรัพย์ ประกันชีวิตแบบบำนาญ ประกันชีวิตแบบคุ้มครองชีวิต และประกันชีวิตสำหรับผู้สูงอายุ โดยคุณสามารถเลือกผลประโยชน์กรมธรรม์ได้ตามแผนการใช้ชีวิตของตัวเอง

ประกันชีวิตแบบคุ้มครองตลอดชีพ อีกหนึ่งตัวเลือกของคนที่อยากวางแผนทิ้งมรดกไว้ให้ลูกหลาน แต่ก็ยังคงดูแลเรื่องค่ารักษาตัวเองเพื่อไม่ให้ภาระลูกหลานตัวเองในขณะเดียวกัน โดยแผนนี้ให้การคุ้มครองจนถึงอายุ 90-99 ปี โดยจะมีการชำระเบี้ยประกันในช่วงเวลาหนึ่ง มีตั้งแต่ 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น ตามข้อกำหนดของแต่ละบริษัทฯ โดยผู้เอาประกันจะได้รับเงินทุนประกันคืนหากมีชีวิตอยู่จนครบกำหนดสัญญากรมธรรม์ หรือในกรณีที่เสียชีวิต บริษัทจะจ่ายเงินตามวงเงินคุ้มครองให้กับผู้รับผลประโยชน์ที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

พูดคุยกับ Rabbit Care และรับคำแนะนำเพิ่มเติมเรื่องการวางแผนทิ้งมรดกให้ลูกหลานด้วยการทำประกันชีวิตง่ายๆ เพียงโทร 1438 (บริการ 24 ชม.) หรือ 02-022-1222

หรือดูข้อมูลประกันชีวิตที่เหมาะกับคุณ ได้ที่ https://rabbitcare.com/#staticLinkBuilding

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Related Post